แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคแพ้โปรตีนนมวัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคแพ้โปรตีนนมวัว แสดงบทความทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดเชื้อ

คุณรู้หรือไม่ว่า
• นมผงดัดแปลงสำหรับทารกทุกยี่ห้อที่ขายกันอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ปลอดเชื้อ แม้จะบรรจุอยู่ในกระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทมาจากโรงงานก็ตาม นมผสมเหล่านี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการสเตอริไรส์ (การฆ่าเชื้อโรค) ในระหว่างการผลิต เพราะกระบวนการสเตอริไรส์ต้องใช้ความร้อนสูงเพื่อฆ่าเชื้อโรค ซึ่งจะทำลายคุณค่าของสารอาหารในผลิตภัณฑ์ไปด้วย
นมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่บรรจุมาในกระป๋องที่ปิดสนิทจากโรงงาน อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอันตราย เช่น ซัลโมเนลลา (Salmonella) หรือ เอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซาซากิ (Enterobacter sakazakii) เชื้อโรคเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในน้ำนมอุ่น ๆ และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง เช่น ภาวะโลหิตเป็นพิษ ลำไส้อักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ความเสี่ยงเหล่านี้มีมากที่สุดในภูมิภาคที่มีอากาศร้อน

• กระบวนการผลิตนมผงดัดแปลงสำหรับทารกมีหลายขั้นตอน จึงมีโอกาสเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตได้ตลอดเวลา บริษัทอาจจะทำการสุ่มตรวจนมผสมเพื่อตรวจหาเชื้อโรค แต่การสุ่มตรวจไม่ใช่การรับประกันความปลอดเชื้อ เราจึงไม่สามารถรู้ได้เลยว่า นมกระป๋องที่เรากำลังจะเปิดมาใช้เลี้ยงทารกนั้น จะมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่หรือไม่ กว่าเราจะรู้ ก็ต่อเมื่อเกิดอันตรายกับทารกที่ได้รับนมผสมเหล่านั้นไปแล้วเท่านั้น
• ระหว่างปีพ.ศ. 2543 – 2552 (เมษายน) มีรายงานการปนเปื้อนของเชื้อโรคและการเรียกเก็บนมผสมยี่ห้อต่าง ๆ ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับทารกออกจากท้องตลาดถึง 78 ครั้ง ในหลายสิบประเทศทั่วโลก แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ฯลฯ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
บ่อยครั้งที่เรามักจะเหมารวมไปว่าอาการป่วยของทารก (เช่น อาการท้องร่วง หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร) เกิดจากน้ำที่ใช้เตรียมนมผสมไม่สะอาด ขวดนม, จุกนม, หรืออุปกรณ์ที่ใช้เตรียมนมผสมไม่สะอาด โดยไม่ได้หาสาเหตุที่แท้จริง ทั้ง ๆ ที่อาการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อนั้นอาจจะเกิดจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมาในนมผสมนั่นเอง
• เนื่องจากนมผสมไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดเชื้อ องค์การอนามัยโลกจึงออกคู่มือเพื่อแนะนำวิธีการเตรียมนมผสมขึ้นมาโดยเฉพาะ หนึ่งในคำแนะนำนั้นระบุว่า น้ำที่ใช้เตรียมนมผสมต้องต้มให้เดือดแล้วปล่อยให้อุณหภูมิลดลง แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส แล้วจึงค่อยผสมนมผงลงไป เพราะถ้าน้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่านี้จะไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในนมผสมได้ จากนั้นจึงทิ้งไว้ให้เย็นลง จนกระทั่งสามารถป้อนทารกได้โดยไม่ลวกปาก แต่คำแนะนำนี้ไม่มีอยู่บนฉลากของนมผสมแม้แต่ยี่ห้อเดียว

โรคแพ้โปรตีนนมวัวมัจจุราชเงียบจากนมผสม

โรคแพ้โปรตีนนมวัวมัจจุราชเงียบจากนมผสม วัตถุดิบหลักของนมผสม คือ นมวัวนมวัวมีโปรตีนมากกว่าน้ำนมแม่ 3 เท่า เป็นโปรตีนเคซีนซึ่งมีขนาดใหญ่และหยาบเหนียว เหมาะกับลูกวัวซึ่งเป็นสัตว์ที่มี 4 กระเพาะ ทารกไม่สามารถย่อยน้ำนมวัวได้โดยตรง การผลิตนมผสมจึงต้องนำน้ำนมวัวไปผ่านกระบวนการสังเคราะห์เพื่อเจือจางและย่อยขนาดของโปรตีนลงเพื่อให้สามารถใช้เป็นอาหารสำหรับทารกได้
ถึงแม้นมวัวจะถูกดัดแปลงเพื่อย่อยขนาดของโปรตีนลงเพื่อให้สามารถใช้เป็นนมผสมสำหรับทารกได้ แต่นมผสมก็ไม่ได้เป็นอาหารที่ดีและปลอดภัยสำหรับทารกทุกคนในระยะ 4-6 เดือนแรก เยื่อยบุทางเดินอาหาร ระบบน้ำย่อยต่าง ๆ และระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่พัฒนาเต็มที่ การได้รับนมผสมหรืออาหารอื่น ซึ่งเป็นสารแปลกปลอม นอกจากจะเป็นสิ่งที่ทารกไม่สามารถย่อยได้แล้ว ยังทำให้ทารกเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้
ทารกที่ไวต่อสารกระตุ้นภูมิแพ้ จะแสดงอาการให้เห็นในทันทีที่ได้รับนมผสม อาการเหล่านั้นได้แก่ ผื่นแพ้ตามร่างกาย ปากเจ่อบวม อาเจียน และท้องเสีย แต่ทารกส่วนใหญ่จะแสดงอาการเมื่อได้รับนมผสมติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยจะมีอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายอาการร่วมกัน ได้แก่ ท้องผูก ท้องเสีย มีลมในท้องมาก ร้องไห้งอแงโดยไม่ทราบสาเหตุ ป่วยกระเสาะกระแสะ เป็นหวัดบ่อย ไอ จาม น้ำมูกไหล หลอดลมอักเสบ ฯลฯ
อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นกระบวนการที่ร่างกายทารกพยายามขับล้างพิษที่เกิดจากนมผสมออกจากร่างกาย แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและไม่รู้สาเหตุ เนื่องจากอาการเหล่านั้นเป็นดูอาการป่วยธรรมดา ๆ ที่คนทั่วไปเชื่อว่ามักจะเกิดขึ้นเป็นปกติในทารก แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการป่วยเหล่านี้เกิดขึ้นน้อยมากในทารกที่กินนมแม่
นอกจากนี้กระบวนการขับล้างพิษตามธรรมชาติดังกล่าวยังถูกขัดขวางโดยยาปฏิชีวนะและการรักษาต่าง ๆ แทนที่จะจัดการที่ต้นเหตุด้วยการหยุดนมผสม
ดังนั้นไม่ว่าจะรักษาเท่าไหร่ อาการป่วยก็ไม่หายเสียที เพราะร่างกายทารกต้องรับศึกสองด้าน ด้านหนึ่ง คือ นมผสมที่ถูกป้อนเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง อีกด้าน คือ ผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะและยารักษาอาการอื่น ๆ 
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กมีสุขภาพอ่อนแอ เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นประจำ ไม่ว่าจะระวังแค่ไหน ก็ยังป่วยอยู่ดี
ในรอบสิปปีที่ผ่านมา เด็กไทยเป็นภูมิแพ้มากกว่าเดิม 3-4 เท่าโดยเฉพาะเด็กกรุงเทพ เป็นโรคภูมิแพ้ถึงร้อยละ 40
พ่อแม่บางคนเชื่อว่า นมผสมสูตรนมแพะ เหมาะสมที่จะใช้ทดแทนนมผสมสูตรนมวัว ในกรณีที่ทารกีอาการแพ้นมวัว แต่โปรตีนในนมแพะมีโครงสร้างใกล้เคียงกับนมวัวมาก ดังนั้นทารกส่วนใหญ่ที่แพ้โปรตีนในนมวัว ก็จะแพ้โปรตีนในนมแพะด้วยเช่นกัน นมถั่วเหลืองก็สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้มากพอ ๆ กับนมวัวยิ่งไปกว่านั้นทารกท่กินนมผสมสูตรถั่วเหลืองยังมีโอกาสที่จะแพ้ถั่วเหลืองในอาหารได้มากขึ้นภายหลัง
การที่แม่ตั้งครรภ์บำรุงร่างการด้วยการดื่มนมวัว หรือนมชงที่มีส่วนผสมของนมวัวในระหว่างตั้งครรภ์มาก ๆ ตามโฆษณาชวนเชื่อจะทำให้ทารกที่เกิดมีความเสี่ยงสูงที่จะแพ้นมวัว และทำให้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ดังนั้นแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมชนิดอื่นแทนการดื่มนมวัว